“ขนมตาล” ขนมไทย โบราณ ตำนานความหวาน อร่อยนุ่มฟูฟู

ขนมตาล เป็นหนึ่งใน ขนมไทย โบราณที่ประยุกต์เอาลูกตาลสุกมาใช้เป็นส่วนประกอบ ในปัจจุบันขนมชนิดนี้ดูเหมือนจะหาของแท้ยากขึ้น มีการใช้สีและกลิ่นสังเคราะห์จนทำให้เสน่ห์ของมันเลือนหายไปมาก ใครที่พอมีเวลา ลองเข้าครัวลงมือสร้างสรรค์เมนูขนมตาลสีเหลืองสดใส เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มพร้อมกลิ่นหอมของลูกตาลแท้ๆ กันดูได้ค่ะ รับรองว่าเป็นสูตรที่ไม่ยาก แถมไม่ต้องกลัวสารเคมีปนเปื้อนอีกด้วย

4  1

วัตถุดิบสำหรับการทำ ขนมตาล

1.ลูกตาลสุก 2-3 ลูก

2.แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย

3.น้ำตาลทราย 1 ถ้วย

4.กะทิ 1 ถ้วย

5.หัวกะทิ 1/2 ถ้วย

6.มะพร้าวทึนทึกขูดฝอยสำหรับโรยหน้า

7.เกลือป่น 1 ช้อนชา

8.ถ้วยใบตองสำหรับนึ่ง

3

2

ขั้นตอนในการทำ ขนมตาล

1.มาเริ่มขั้นตอนตามสูตรโบราณกันก่อนด้วยวิธีเก็บเอาเนื้อตาลออกมา เริ่มจากปอกเปลือกแล้วขูดเนื้อตาลใส่ถ้วยไว้ ส่วนเมล็ดที่เหลือเอาไปขยำกับน้ำเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อที่ติดกับเส้นใยหลุดออกมาจนหมด แล้วเอาส่วนที่ได้ไปผสมกับเนื้อตาลในถ้วย นำไปกรองด้วยกระชอน จากนั้นเทใส่ถุงผ้าขาวบาง แขวนตากไว้ให้น้ำหยดออกหมด (ใช้เวลาประมาณ 1 คืน) ก็จะได้เนื้อตาลเนียนๆ สีเหลืองที่พร้อมสำหรับเอามาเป็นส่วนประกอบสำคัญ

2.นำกะทิตั้งไฟ เติมน้ำตาลทราย เคี่ยวจนละลายได้ที่ ยกลงตั้งไว้ให้เย็น

3.นำเนื้อตาลผสมกับแป้งข้าวจ้าว นวดให้เข้ากัน เทกะทิที่เย็นแล้วตามลงไป ค่อยๆ นวดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันได้ดีแล้ว ลักษณะจะเป็นเนื้อครีมสีเหลืองเหนียวข้น

4.จากนั้นตั้งปิดฝาทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 5 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งทำปฏิกิริยากับเนื้อตาลที่มียีสต์ธรรมชาติอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผงฟูช่วย สังเกตว่าแป้งได้ที่จะมีฟองผุดขึ้นมา

5.ได้ที่แล้วให้หยอดแป้งลงในกระทงใบตองที่ทำเตรียมไว้ นำใส่ซึ้งนึ่งจนสุกประมาณ 10-15 นาที ยกลงตักออกจากกระทง จัดวางใส่จาน โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึก ก็พร้อมเสิร์ฟได้เลย

ถือว่าเป็นสูตร ขนมไทย โบราณ ที่มีขั้นตอนการทำไม่ซับซ้อน แต่ต้องใช้เวลา เพราะกว่าจะได้เนื้อตาลและการหมักบ่มตามธรรมชาติของยีสต์ ใครที่อยากได้ความอร่อยกลิ่นหอมสูตรที่หาทานยากเช่นนี้ ก็ต้องลองเข้าครัวลงมือลิ้มรสสูตรที่เน้นความอดทนแบบนี้กันเสียหน่อยแล้วล่ะค่ะ