เคล็ดลับทำบราวนี่ (Brownies) เค้กที่คนรักช็อกโกแลตต้องตกหลุมรัก

บราวนี่ (Brownies) คือเค้กช็อกโกแลตสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงเข้ม แล้วแต่สูตรที่มีให้เลือกทำอย่างหลากหลาย ลักษณะคลาสสิคสุดๆ ของขนมชนิดนี้หากได้เอ่ยถึงแล้ว ก็คือเป็นก้อนแบนๆ สี่เหลี่ยม ต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในตอนปลายศตวรรษที่ 19 ด้วยรสชาติที่อร่อยจึงทำให้มันค่อยๆ แพร่หลายไปทั่วโลก และถูกนำไปผลิตในรูปแบบต่างๆ ที่มีรสชาติแตกต่างกันไปตามความชื่นชอบของแต่ละคน

บราวนี่

บราวนี่ในสูตรแบบชาวตะวันตกที่มากด้วยเสน่ห์ความอร่อย

ใครที่อยากลองทำสูตรต้นตำรับส่งตรงจากตะวันตก เน้นความเข้มขม ได้รสชาติช็อกโกแลตไปเต็มๆ คำ ที่คุ้นหูกันอย่างบราวนี่ของ Mrs.Fields ที่จะส่วนผสมของช็อกโกแลต น้ำตาล มันเนย แมคคาเดเมียและอัลมอนต์ พร้อมอัดแน่นด้วยช็อกโกแลตชิพชิ้นโต เสน่ห์ของบราวนี่ชนิดนี้จะมีผิวหน้าบางๆ เคลือบอยู่ด้านบนเป็นแบบแตกกระจายตัวอยู่ ส่วนเนื้อรสชาติเนียนเหมือนเค้ก มีความหอมของน้ำตาลไหม้ ช็อกโกแลตและถั่วที่เคล้ากันอย่างลงตัวทุกคำที่กิน

บราวนี่

สำหรับการทำบราวนี่ตามสไตล์ชาวตะวันตก คือใส่แป้งในปริมาณน้อย เน้นเนยและไข่มากเพื่อความชุ่มฉ่ำ น้ำตาลคือหัวใจของบราวนี่เพื่อเพิ่มความหวาน ส่วนที่จะทำให้บราวนี่สมบูรณ์แบบคือแท่งช็อกโกแลตและผงโกโก้คุณภาพเยี่ยม หรือดีที่สุด เป็นส่วนผสมที่จะเติมเต็มรสชาติของขนมชนิดนี้ให้ไร้ที่ติ

บราวนี่

ดังนั้นตามสูตรของชาวตะวันตกแล้ว จะมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ 

1.Milk Chocolate Brownie สำหรับคนที่ไม่ชอบรสเนยมากนัก จะมีเนื้อแห้งเล็กน้อย และได้รสชาติหอมหวานของนมเป็นพิเศษ

2.Egg Brownie เน้นกลิ่นหอมของไข่ไก่และช็อกโกแลต เนื้อไม่แข็ง แต่มีความแห้งเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบเนยมากเช่นกัน

3.Butter Brownie บราวนี่ที่เน้นกลิ่นความหอมของเนยแบบชุ่มฉ่ำ จะได้รสชาติที่นุ่มเป็นพิเศษ แถมยังมีรสชาติของเนย ช็อกโกแลต และไข่ไก่ แบบเต็มๆ

ส่วนการกินบราวนี่ให้อร่อย ควรเป็นบราวนี่สดใหม่ที่เพิ่งออกจากเตาแล้วพักไว้ให้เย็นลงสักพัก ซึ่งหากกินในช่วงเวลานี้จะได้รสชาติที่อร่อย หอมหวานกับความสดใหม่เป็นพิเศษนั่นเองค่ะ