สูตร “ปลาร้า” โบราณ ยิ่งนานยิ่งอร่อย

ข่าวปลาร้าหมักที่ไม่ได้คุณภาพจากท้องตลาด มีตัวอย่างให้เราเห็นมากมาย จนขยาดไม่กล้าซื้อหามารับประทาน แต่สำหรับชาวไทยปลาร้าคือหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญที่ช่วยชูรสอาหารให้แซ่บนัว โดยเฉพาะอาหารของชาวอีสาน หากขาดวัตถุดิบนี้ไปก็แทบจะทำให้เมนูนั้นกร่อยไปเลยทีเดียว

ปลาร้า

ดังนั้นใครที่หลงรักในกลิ่นอายและรสชาติของ “ปลาร้า” เราเลยมีสูตรการหมักแบบโบราณ ผสมผสานกลิ่นหอมของข้าวคั่วลงไป รับรองว่าทำเองได้ไม่ยาก แถมยังมั่นใจในความปลอดภัย สะอาดได้มาตรฐานชัวร์ๆ อีกด้วยค่ะ

วัตถุดิบสำหรับการหมักปลาร้า

1.ปลากระดี่หรือปลาฉลาดรวมกัน 5-6 ถ้วย (ปลาทั้งสองให้รสชาติอร่อยกว่าปลาอื่นๆ แต่สามารถเลือกเป็นปลาสร้อย ปลาหมอ ปลาเกล็ดขาว ปลานิล หรือปลาตะเพียน ก็ได้)

2.ข้าวคั่ว 1 ถ้วย (คั่วด้วยตัวเองแบบสดใหม่ จะให้กลิ่นหอม)

3.เกลือสมุทร 1 ถ้วย

การทำปลาร้า

เมนูปลาร้า

ขั้นตอนในการหมักปลาร้า

1.นำเกลือสมุทรมาตำพอหยาบๆ เตรียมไว้สำหรับใช้ในขั้นตอนการหมัก

2.นำปลาทั้งหมดที่ได้มาล้างทำความสะอาด ควักไส้และเหงือกออก ตัดเป็นท่อนให้ได้ตามต้องการ แต่หากเป็นปลาตัวไม่ใหญ่ก็ไม่ต้องตัดก็ได้ ล้างแล้วตั้งพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

3.นำข้าวคั่วที่คั่วแล้วไปโขลกให้ละเอียดเตรียมไว้

4.นำปลาที่เตรียมไว้ใส่ชามสำหรับผสม เทเกลือและข้าวคั่วลงไป คลุกให้เข้ากันจนทั่ว

5.หมักปลาใส่ไว้ในขวดโหลปิดสนิทให้เต็มพอดี หมักทิ้งเอาไว้ประมาณ 20-30 วัน ก็จะกลายเป็นปลาร้าที่ส่งกลิ่นหอมและสามารถนำมาประกอบอาหารได้แล้ว

เคล็ดลับการหมักจะอยู่ที่ตำแหน่งการตั้งขวดโหลทิ้งไว้เพื่อให้เกลือและข้าวคั่วทำปฏิกิริยากับเนื้อปลา คือตั้งเอาไว้บริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง แต่ควรเป็นแสงแดดตอนเช้าหรือตอนเย็นที่ไม่ร้อนแรงมากนัก เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อปลาร้าเปื่อยจนกลายเป็นน้ำมากเกินไป

ส่วนปลาที่มีเกล็ดใหญ่ ก็ให้ใช้วิธีขอดเกล็ด ตั้งพักเอาไว้ในอุณหภูมิห้องสัก 5 ชั่วโมงแล้วค่อยนำมาผสมเกลือและข้าวคั่ว รอเวลาสักหน่อยปลาร้าก็จะกลายเป็นสีอมชมพู กลิ่นหอมของข้าวคั่วเน้นๆ และเนื้อปลาดูสวยงามไม่เละละลายไปกับน้ำ ก็จะได้อร่อยกับเมนูเรียกน้ำลาย ปรุงอาหารได้หลากหลายกันแล้วล่ะค่ะ