ต้นกำเนิดของเหล้า Gin หลากรสชาติและสรรพคุณ…สู่เหล้ากลั่นคุณภาพสูง

เหล้ายิน (Gin) หรือบางครั้งคนไทยก็แอบเรียกกันว่าเหล้าจิน, จินโทนิค หรือวอดก้า ด้วยลักษณะที่เป็นสีใส ทำให้หลายคนคิดว่านี่คือหนึ่งในชนิดของวอดก้า แต่จริงๆ แล้วเหล้าทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จัดว่ามีระดับดีกรีสูง นิยมดื่มกันในเขตหนาว เช่น ประเทศอังกฤษ เป็นต้น รสชาติมีเอกลักษณ์ที่หอมน่าดึงดูด เชื่อกันว่าหากดื่มในปริมาณที่พอดี จะเป็นยาบำรุงร่างกาย ดีต่อสุขภาพ และช่วยขับปัสสาวะของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วยค่ะ

Gin-Tonic

สู่ต้นกำเนิดของเหล้ายิน

ไม่ว่าจะเรียกเหล้ายินหรือเหล้าจิน ก็หมายถึงเหล้าชนิดเดียวกัน และเรียกได้ทั้งสองชื่อ การผลิตเหล้าชนิดนี้ ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 เรียกกันว่าเหล้า “เจนีวา” ซึ่งก็คือการทำเหล้าในยุคแรกๆ ขอชาวดัช ส่วนผสมหลักจะเป็นมอลต์จากข้าวบาร์เล่ย์เป็นส่วนผสมลงไปในวิสกี้ แล้วทำการหมัก และกลั่นด้วย Pot steel ขนาดเล็ก เหล้าแบบโฮมเมดที่ผลิตออกมาในยุคนั้น จะมีดีกรีในระดับ 70-80 ดีกรี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ

เหล้าจิน

ความหลากหลายของเหล้ายิน

เหล้ายินถูกนำมาผลิตด้วยหลากหลายขั้นตอน หลังจากได้ออกมาเป็นสุรากลั่นแล้ว รอให้เย็นตัว ก็จะนำไปหมักซ้ำกัผลจูนีเปอร์ รวมถึงเครื่องเทศอื่นๆ ก่อนจะถูกส่งไปทำการกลั่นต่ออีกรอบ ซึ่งในปัจจุบันเหล้ายินได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศอังกฤษ จัดว่าเป็นแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ

2โดยจะมีการจัดแบ่งส่วนผสมที่เป็น “สมุนไพร” แตกต่างกันออกด้วยการนำไปกลั่นซ้ำ ที่ได้รับความนิยมให้เอามาใช้เป็นส่วนประกอบของเหล้าชนิดนี้ เพื่อให้ได้กลิ่น รสชาติ และสรรพคุณที่แตกต่างกันออกไป เช่น หวายเทศ จะมีกลิ่นหอม ใช้สำหรับบรรเทาโรคหลากชนิด, เปลือกส้ม เน้นความซ่าและกลิ่นหอมเป็นพิเศษ, ยี่หร่า เน้นสรรพคุณกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนได้ดี และคาลัมา ต้นไม้รากที่มีรสขม เน้นเอาใช้สำหรับทำยารักษา เป็นต้น

เหล้า

นอกจากนี้เหล้ายินยังถูกจัดแบ่งออกเป็นหลากหลาประเภท ที่คุ้นหูของเหล้าคอสุรากันมากที่สุดเห็นจะเป็น โอล์ด ทอม ยิน, ไพล์เม้าท์ ยิน และ ยินผลไม้ ที่จะให้ความหอมมากเป็นพิเศษ อีกทั้งเหล้ายินยังเป็นเหล้าที่มีสารพิษน้อยกว่าเหล้ากลั่นอื่นๆ เพราะมีขั้นตอนการกลั่นซ้ำ 2 ครั้งก่อนจะถูกนำไปบรรจุลงขวด ดังนั้นจึงกลายเป็นสุรากลั่นที่ได้รับความไว้วางใจในตลาดชั้นกลางถึงชั้นสูงมากเป็นพิเศษนั่นเองค่ะ

 

ขอบคุณภาพประกอบ : Pixabay.com